ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา มาตรา 40(5)

ก.การใช้เช่าทรัพย์สิน ถ้าหากเจ้าพนักงานประเมินมีเหตุอันควรเชื่อว่า ผู้มีเงินได้แสดงเงินได้ต่ำไปไม่ถูกต้องตามความเป็นจริง เจ้าพนักงานมีอำนาจประเมินเงินได้นั้นตามจำนวนเงินที่ทรัพย์สินนั้นสมควรให้เช่นได้ตามปกติ และให้ถือว่าจำนวนเงินประเมินนี้เป็นเงินได้พึงประเมินของผู้มีเงินได้ ในกรณีนี้จะอุทธรณ์การประเมินก็ได้ ทั้งนี้ให้นำบทบัญญัติว่าด้วยการอุทธรณ์ตามส่วน 2 หมวด 2 ลักษณะ 2 มาใช้บังคับโดยอนุโลม

ข.เงินหรือประโยชน์อย่างอื่นที่ได้เนื่องจากการผิดสัญญาเช่าซื้อทรัพย์สิน โดยให้ถือว่าเงินหรือประโยชน์ที่ได้รับไว้แล้วแต่วันทำสัญญาจนถึงวันผิดสัญญาทั้งสิ้นเป็นเงินได้พึงเมิน ของปีที่มีการผิดสัญญานั้น

ค.เงินหรือประโยชน์อย่างอื่น ที่ได้เนื่องจากการผิดสัญญาซื้อขายเงินผ่อน ซึ่งผู้ขายได้รับคืนทรัพย์สินที่ซือขายนั้น โดยไม่ต้องคืนเงินหรือประโยชน์ที่ได้รับไว้แล้ว

กระทรวงการคลังได้ออกประกาศ เรื่องผู้มีเงินได้จากการให้เช่าทรัพย์สินไม่ยื่นรายการเงินได้ให้ครบถ้วน ลงวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2528 ดังนี้ โดยสรุปมีดังนี้

"ด้วยปรากฎว่า มีบุคคลผู้มีหน้าที่เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาจำนวนมากที่มีเงินได้ หรือไม่รับประโยชน์อย่างอื่นเนื่องจากการให้เช่าทรัพย์สิน แต่มิได้ยื่นรายการเงินได้ หรือประโยชน์ที่ได้รับนั้นตามความเป็นจริง" เป็นต้นว่า

1.มีเงินได้จากค่าเช่าแต่มิได้ยื่นรายการเสียภาษีเงินได้

2.เรียกเก็บค่าเช่าสูงแต่ทำหลักฐานไม่ตรงกับความเป็นจริง

3.เรียกเก็บเงินกินเปล่า เงินแป๊ะเจี๊ยะ ค่าซ่อมแซม

4.เจ้าของที่ดินได้ยอมให้ปลูกสร้างอาคาร หรือโรงเรือนบนที่ดิน และผู้ปลูกสร้างได้ยอมยกอาคาร หรือโรงเรือนนั้นให้เป็นกรรมสิทธิ์แก่เจ้าของที่ดินโดยเจ้าของที่ดินยอมให้ผู้ปลูกสร้างเช่นอาคาร หรือโรงเรือนนั้น

ทั้ง 4 กรณีถือเป็นเงินได้ที่ต้องยื่นเสียภาษีแต่เนื่องจากรายได้จากรายการที่ 3 และที่ 4 เป็นจำนวนเงินสูงเนื่องจากมีกำหนดระยะเวลาการเช่าระยะยาวเช่น 10 ปี 20 ปี หรือ 30 ปี ซึ่งถ้าผู้ให้เช่าจะต้องรับภาระเสียภาษีเงินได้ในปีเดียวที่ได้รับเงิน หรือประโยชน์ย่อมเป็นภาระหนักแต่ผู้ให้เช่ามิใช่น้อย ดังนั้น กระทรวงการคลังได้วางหลักการไว้ว่า ให้ผู้เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา เฉลี่ย เงินได้ตามส่วนแห่งจำนวนปีของอายุการเช่า เช่นเงินกินเปล่า 100,000 บาท อายุการเช่า 10 ปีให้เฉลี่ยเป็นเงินได้โดยหารจำนวนปีเท่ากับปีละ 10,000 ในการรับรู้รายได้ และให้ทำการยื่นเสียภาษีตาม ภงด.93 เป็นการยื่นเสียภาษีเงินได้ล่วงหน้าทั้ง 10 ปี เมื่อถึงปีภาษีนั้น ๆ ให้นำภาษีที่ได้ยื่นล่วงหน้าตาม ภงด.93 มาเครดิตภาษี ถ้าหากผู้มีรายได้ไม่ทำการยื่นเสียภาษีตามกำหนด เจ้าพนักงานประเมินกรมสรรพากรจะทำการประเมินเรียกเก็บภาษีเงินได้ก่อนถึงกำหนดเวลายื่นรายการตาม มาตรา 60 ทวิแห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งผู้มีเงินได้นอกจากจะต้องเสียภาษี จะต้องเสียเบี้ยปรับ เงินเพิ่ม และค่าปรับใด ๆ ทั้งสิ้น

ส่วนกรณีเจ้าของที่ดินให้ผู้เช่าปลูกสร้างอาคาร หรือโรงเรือน และจะได้รับสิทธิการเช่า หรือเช่าช่วง หรือจัดหาผู้เช่า โดยผู้ปลูกสร้างยกกรรมสิทธิ์ในอาคารหรือโรงเรือนที่ปลูกสร้านั้นให้เจ้าของที่ดินเมื่อสร้างเสร็จ เงินได้พึงประเมินจะคำนวณค่าแห่งสิ่งปลูกสร้าง ตามจำนวนปีแห่งอายุการเช่าในอัตราร้อยละของมูลค่าสิ่งปลูกสร้างในวันที่ได้รับกรรมสิทธิ์

สำหรับมูลค่าสิ่งปลูกสร้างตามอัตราร้อยละมีตั้งแต่ 1 ถึง 20 ปี คงไม่ลงหมดแต่ละบอกไว้เป็นตัวอย่างเช่น

จำนวนปีแห่งอายุการเช่น 1 ปี อัตราร้อยละของมูลค่าสิ่งปลูกสร้าง 90.5

จำนวนปีแห่งอายุการเช่น 2 ปี อัตราร้อยละของมูลค่าสิ่งปลูกสร้าง 90.2

จำนวนปีแห่งอายุการเช่น 10 ปี อัตราร้อยละของมูลค่าสิ่งปลูกสร้าง 59.9

จำนวนปีแห่งอายุการเช่น 12 ปี อัตราร้อยละของมูลค่าสิ่งปลูกสร้าง 54.0

จำนวนปีแห่งอายุการเช่น 20 ปีขึ้นไป อัตราร้อยละของมูลค่าสิ่งปลูกสร้าง 35.8

เช่น สิ่งปลูกสร้างราคา 1,000,000 บาท มีอายุสัญญาเช่า 10 ปี (1,000,000 x 59.9%) เท่ากับ 599,000 บาทเป็นรายได้พึงประเมินของเจ้าของที่ดิน ให้ทำการเฉลี่ยรายได้ 10 ปีและให้จัดยื่นเงินได้พึงประเมินเป็นการล่วงหน้า ภงด.93 ตามอายุการเช่า ถ้าหากไม่จัดยื่นให้ครบถ้วน เจ้าพนักงานประเมินกรมสรรพากร จะดำเนินการตรวจสอบและประเมินภาษีเงินได้สำหรับเงินได้พึงประเมินดังกล่าว ตามมาตรา 18 ทวิ หรือมาตรา 60 ทวิแห่งประมวลรัษฎากร

ข้อความขั้นต้นมิให้ใช้บังคับในกรณีที่เจ้าของที่ดินเป็นบริษัท หรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล

 

 

Copy right @ 2013 by nsbest.co.th All rights reserved .
99/18 หมู่ 11 ซอยเสนานิคม 1 ถนนพหลโยธิน แขวงลาดพร้าว เขตลาดพร้าว กรุงเทพมหานคร
โทร 02-9423520-2 โทรสาร 02-5702569